การเพาะเห็ดหูหนูสามารถทำได้  2  วิธีคือ 
1.  การเพาะเห็ดหูหนูในถุงพลาสติก
                 ปัจจุบันการหาไม้มาเพาะเห็ดหูหนู  อาจยุ่งยากมาก  ถ้าไม่มีความจำเป็นต้องเพาะบนไม้ก็ได้   โดยจะเปิดถุงให้ดอกเห็ดออกบนถุงเชื้อเสียเลยก็ได้  อย่างไรก็ตามต้องการที่จะเห็ดให้ออกดอกบนถุงไม่เหมือนเห็ดอื่น ๆ
ที่จะต้องเปิดให้ออกดอกตรงปากถุง  แต่ในกรณีเห็ดหูหนูถ้าจะเปิดเอาดอกแล้วหลังจากเส้นใยเดินเต็มถุงแล้วปล่อยทิ้งไว้ระยะหนึ่งก่อน  จนกระทั่งสังเกตเห็นเส้นใยของเห็ดมารวมตัวกันเป็นกระจุกหรือเป็นกลุ่ม
             สีออกเหลืองจึงเอาถุงที่ซื้อมาแล้วถอดคอขวด  และจุกสำลีออก  รวบปากถุงรัดยางให้แน่น  ใช้มีดโกนคม ๆ  กรีดข้างถุงให้เป็นแนวยาวประมาณ  6-8  แถว  การกรีดถุงควรกรีดในลักษณะเฉียงลง  แบบกรีดต้นยางพาราจะดีกว่ากรีดตามแนวดิ่ง เพราะสามารถเก็บความชื้นได้ดีกว่าควรกรีดให้ยาวประมาณ  6-8  เซนติเมตร  โดยรอบประมาณ   15-20  แผล  หรือกรีดรูปกากกะบาทเล็ด ๆ รอบถุง  จากนั้นจึงนำถุงเห็ดไปวางบนชั้น  หรือแขวนในโรงเรือนเห็ด  ซึ่งมีขนาด  4 x 6 x 2.5  เมตร  
หลังคารูปจั่ว   โรงเรือนนี้สามารถเก็บความชื้นได้ดี
การรดน้ำควรใช้เครื่องฉีดชนิดพ่นฝอยฉีด  การรดน้ำควรให้อย่างสม่ำเสมอไม่ต่ำกว่า  2  ครั้งต่อวันปฎิบัติ
เช่นนี้ทุกวันจนกระทั่งเก็บผลผลิต
                 การเก็บผลผลิตจะพบว่าดอกเห็ดหูหนูเมื่อเกิดระยะแรกขอบจะหนาและโค้งคล้ายถ้วย 
เมื่อเจริญเต็มที่แล้ว  ขอบของดอกเห็ดจะบางโค้งเป็นลอน  ถ้าดึงจะหลุดได้ง่าย  ในระยะนี้เป็นระยะที่เก็บได้ การเก็บเมื่อดอกเห็ดโตเต็มที่พร้อมกันแล้ว
ใช้มือรวบแล้วดึงเบา ๆ  นำมาตัดก้านพร้อมทั้งเศษวัสดุที่ติดมาด้วยออกทิ้ง  บางแห่งการเก็บผลผลิตจะเก็บ
        เฉพาะดอกแก่ก่อนส่วนที่เหลือก็รอเก็บในวันถัดไป  วิธีนี้ถึงแม้เสียเวลาในการเก็บบ้าง  แต่ก็สามารถเก็บ
ได้ทุกวัน  ก้อนเชื้อที่ทำการเก็บผลผลิตไปแล้วนั้นหากพักการรดน้ำประมาณ  5-8  วัน  แล้วทำการรดน้ำ
ใหม่ก็จะทำให้ดอกเห็ดออกเร็วยิ่งขึ้น  ผลผลิตของเห็ดหูหนูที่ได้  ถ้าถุงขนาด  1  กิโลกรัม  จะให้ผลผลิต
โดยเฉลี่ยประมาณ  400-700  กรัม  ใช้เวลาเก็บประมาณ  2-2.5  เดือน

 

 

2.  การเพาะเห็ดหูหนูในท่อนไม้
                ไม้ที่ใช้เป็นไม้เนื้ออ่อนหรือไม้เนื้อแข็งก็ได้  แต่ไม้เนื้อแข็งต้องใช้เวลามากไม้ที่ได้ทดลองแล้วให้ผลคุ้ม
ค่าต่อการลงทุน  ได้แก่  ไม้แค  มะม่วง  นนทรี  พลวง  ไทร  ไคร้น้ำ  ขนุน  มะยมป่า  มะกอง  เหียง  โพธิ์ป่า 
ทองกวาว  จามจุรีและยางพารา   นอกจากนี้ยังมีไม้เนื้ออ่อนที่นิยมใช้พอสมควร  แต่ให้ผลผลิตค่อนข้างต่ำ  คือ
ไม้ก้ามปูและนุ่น  สำหรับไม้เนื้อแข็งที่ใช้ได้ดีได้แก่ไม้กระถิ่นณรงค์  สะแก  ฝรั่ง  ลินทนิล  ไม้ที่มช้เพราะเห็ด
           ควรจะหาได้ง่ายในท้องถิ่นและมีราคาถูกไม้บางชนิดเป็นไม้เศรษฐกิจ  เช่น  ไม้มะม่วง  ก็ไม่ควรตัดเอามา
เพราะเห็ด  นอกจากเป็นไม้ที่ไม่ใช้แล้ว  จึงจะได้ประโยชน์มาก

 

 

 

หลักในการคัดเลือกและตัดไม้สำหรับเพาะเห็ดหูหนู
       1.ไม้ที่จะนำมาใช้เพาะควรเป็นไม้ที่ตัดมาใหม่ ๆ  สด ๆ  ใช้เพาะทันที  สำหรับไม้เนื้ออ่อนทั่วไปไม่ควร
ตัดทิ้งไว้เกิน  2  สัปดาห์และสำหรับไม้ที่มียางไม่ควรเกิน  3  สัปดาห์
       2.ควรตัดไม้มาทำการเพาะเห็ดในฤดูใบไม้ผลิ  ทั้งนี้เพราะในฤดูนี้ไม้จะสะสมอาหารมาก 
และเมื่อใส่เชื้อเห็ดลงไปแล้ว  จะมีเชื้อเห็ดชนิดอื่นปลอมปนน้อยที่สุด
       3.อายุของไม้นั้นให้ถือหลักที่ว่า  ถ้าไม้อายุน้อยจะได้ผลผลิตเร็วและหมดเร็ว  ถ้าหากเป็นไม้แก่
  เชื้อเห็ดจะเจริญเข้าไปช้า  ออกดอกช้า  แต่เก็บผลผลิตได้นาน  อายุของไม้ที่พอเหมาะสำหรับไม้เนื้ออ่อน
  ควรอยู่ระหว่าง  3-5  ปี
       4.ไม้ที่มียางควรตัดทิ้งไว้ให้ยางเสื่อมเสียก่อน  เช่น  ไม้ขนุน  ยางพารา  ไทร  ทิ้งไว้ประมาณ  1  สัปดาห์ 
ถ้าจะให้ยางหมดเร็วให้ตัดปลายไม้เล็กน้อย  แล้วใช้ส่วนที่ถูกตัดออกมาถูกับท่อนไม้ไปมาจะทำให้ยางออกเร็ว
ยิ่งขึ้น
       5.ถ้าไม้นั้นเป็นไม้ที่ตายยาก  เช่น  ไม้ทองหลาง  นุ่น  มะกอก  เมื่อตัดมาแล้วควรปอกเปลือกแล้วผึ่งไว้
ให้ผิวนอกแห้งเสียก่อนประมาณ  1-2  วัน
       6.ถ้าไม้เปียกฝนต้องผึ่งให้แห้งเสียก่อน  อย่างเจาะรูใส่เชื้อขณะที่ยังเปียกอยู่
       7.การตัดไม้พยายามอย่าให้เปลือกช้ำเป็นอันขาด  ถ้าเปลือกไม้ช้ำควรเอาปูนขาวชุบน้ำทา 
หรือใช้ปูนสำหรับเคี้ยวหมากทาก็ได้  ถ้ามีกิ่งก้านเล็ก ๆ  ติดมาด้วยให้ตัดทิ้ง  และใช้ปูนขาวทารอยแผลเสียก่อน
       8.ขนาดของไม้ใช้ได้ตั้งแต่เส้นผ่าศูนย์กลาง  5  เซนติเมตรขึ้นไป  จนกระทั่งถึงขนาดโตที่สุด 
แต่ไม้ที่มีขนาดเหมาะสมที่สุด  คือขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่  10-20  เซนติเมตร
       9.ท่อนไม้เป็นท่อน ๆ  ยาวประมาณ  80-100  เซนติเมตร